ทัวร์จีน ทัวร์ปักกิ่ง ทัวร์เซี่ยงไฮ้ ทัวร์ฮาร์บิน ทัวร์เกาหลี ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์สิงคโปร์ กับ บริษัททัวร์ ไลฟ์ โวยาจ ทราเวล

call center call center call center call center call center call center
call center


Let’s Travel Service

ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรี่ส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ ฮ่องกง มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร

ข้อมูลทั่วไป: 
ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วยเกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรี่ส์ เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ ฮ่องกง มีพื้นที่โดยรวม 1,091 ตารางกิโลเมตร

การขอวีซ่า 
และสถานทูตไทยในฮ่องกง: นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งแต่เดิม สามารถอยู่ได้เพียง 14 วัน ก่อนเข้าไปยัง ฮ่องกง ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเข้าเมือง ซึ่งจะต้องกรอกให้สมบูรณ์ และแนบไปกับหนังสือเดินทางเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองค่ะ

ภาษาที่ใช้: 
ชาวฮ่องกง พูดได้หลายภาษาค่ะ ทั้งภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง อังกฤษ และอาจจะรวมถึงภาษาไทยด้วย ภาษาราชการของ ฮ่องกง คือ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี ส่วนภาษาอังกฤษนั้นชาวฮ่องกงก็สามารถพูดได้ดีเช่นกัน เนื่องจากฮ่องกงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และในขณะเดียวกัน ฮ่องกงก็ยังอยู่ในอาณาเขตการปกครองของประเทศจีนด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้จึงไม่มีปัญหาในการสื่อสาร ส่วนภาษาไทยนั้น ในสถานที่ที่ได้รับความนิยม อย่างแหล่งช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ผู้คนแถวนั้นก็จะสามารถพูดภาษาไทยได้ด้วยค่ะ ความแตกต่างของเวลา: เวลาในฮ่องกงจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงไม่มีปัญหาในเรื่องเวลาที่แตกต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็อย่าลืมเปลี่ยนเวลาที่นาฬิกาของท่าน เมื่อไปถึงที่ฮ่องกงแล้วด้วยนะคะ

สภาพอากาศ: 
อากาศที่ฮ่องกง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนชื้น และมักเกิดลมมรสุม มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายและแห้ง น้อยครั้งที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนมีฝนตกชุกและลมแรง ถ้าจะให้ดีควรศึกษาสภาพอากาศในตอนนั้นให้ดีก่อนเดินทางนะคะ 

ค่าเงิน และการธนาคาร: 
สกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมายคือเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HK$) 1 ดอลลาร์มี 100 เซ็นต์ สำหรับเหรียญ 10 เซ็นต์ 20 เซ็นต์และ 50 เซ็นต์ ซึ่งออกโดยรัฐบาลมีสีบรอนซ์ เหรียญ 1 HK$, 2 HK$, และ 5 HK$ มีสีเงิน ส่วนเหรียญนิคเกิลและบรอนซ์ใช้กับเหรียญ 10 HK$ ส่วนธนบัตรที่ออกโดย HSBC และธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มี 10 HK$, 20 HK$, 50 HK$, 100 HK$, 500 HK$ และ 1,000 HK$ ส่วนแบงก์ออฟไชน่าออกธนบัตรทุกประเภท ยกเว้น 10 HK$ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยน 1 HK$ กับเงินบาท อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้จากธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยน จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น นักท่องเที่ยวควรดูอัตราแลกเปลี่ยนดีๆก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจจะขาดทุนได้ค่ะ

ระบบไฟฟ้า: 
กระแสไฟฟ้าของฮ่องกงเป็นระบบ 200/220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ตซ์ แต่ตัวปลั๊กจะเป็นแบบสามตา ถ้าหากนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่นั่น ท่านอาจต้องพกเต้าแปลงปลั๊กไปด้วยนะคะ เผื่อไว้ในกรณีที่บางโรงแรมในฮ่องกงไม่มีให้บริการค่ะ

ระบบโทรศัพท์: 
การโทรศัพท์ภายในฮ่องกงเอง (Local Call) จะไม่เสียค่าบริการค่ะ ซึ่งร้านค้า และ ที่พักในฮ่องกงส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ไว้ให้บริการอยู่แล้ว แต่ท่านควรสอบถามจากทางโรงแรมก่อนว่ามีการคิดค่าบริการโทรศัพท์ และชาร์จอย่างไร ไม่อย่างนั้นท่านอาจต้องจ่ายค่าโทรศัพท์ในราคาแพงพอสมควร อันนี้ต้องระวังนะคะ เครื่องโทรศัพท์สาธารณะระบบ IDD สามารถโทรทางไกลออกนอกประเทศได้ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตร โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว (HKTA) รวมถึงร้านขายสินค้าที่ระลึกทั่วไป โทรศัพท์หยอดเหรียญสาธารณะคิดค่าบริการครั้งละ 1 HK$ ใช้ได้นาน 5 นาที สำหรับการโทรกลับเมืองไทยแบบอัตโนมัติ กด 00 + 66 + รหัสจังหวัด + เบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออกได้เลยค่ะ หากเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือมาจากประเทศไทย ก็กด 0066 ต่อด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการโทรออกได้เลยเหมือนกันค่ะ

การเดินทางเข้าฮ่องกง และการเดินทางจากสนามบินเข้ามาในเมือง: 
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางเข้ามายังเกาะฮ่องกงได้หลายทางด้วยกัน เช่น ทางอากาศ หรือ ทางน้ำ ส่วนการเดินทางสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนามบินนานาชาติฮ่องกงที่เช็คแลปก๊ก บนเกาะลันเตา กับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ รวมทั้งภายในเกาะลันเตาเอง สามารถเลือกใช้บริการได้หลากหลาย ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และรถแท็กซี่ค่ะ

การเดินทางโดยรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express Line - AEL) รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสถานีฮ่องกง ในเขตเซ็นทรัล ซึ่งรถไฟขบวนนี้จะแล่นผ่านสถานีซิงยี่ และสถานีเกาลูน ภายในเวลาเพียง 23 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$ รถไฟจะออกในทุกๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 5.50 - 1.00 น. ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังโรงแรมต่างๆในฮ่องกง สำหรับผู้ใช้บริการ AEL อีกด้วย

การเดินทางโดยรถประจำทางมีให้บริการกว่า 30 สาย ที่ให้บริการจากสนามบิน รวมทั้งบริการรถประจำทางปรับอากาศ 9 สาย ซึ่งจะหยุดจอดน้อยกว่ารถประจำทางทั่วไป ค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ที่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45 HK$

การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่วิ่งระหว่างท่าเรือเช็คแลปก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00 - 23.00 น. ของทุกวัน

การเดินทางโดยรถแท็กซี่ไปยังสถานที่ต่างๆภายในฮ่องกง สามารถเรียกใช้บริการได้จากจุดรับส่งรถแท็กซี่ แท๊กซี่ทุกคันจะติดตั้งมิเตอร์ เริ่มต้นที่ 15 HK$ หากมีกระเป๋าเดินทางด้วย จะต้องเสียค่าประเป๋าอีกใบละ 5 HK$ เส้นทางปกติจากสนามบินถึงเขตเซ็นทรัล มีราคาประมาณ 330 HK$ และถึงจิมซาโจ่ยประมาณ 270 HK$ ค่ะ

การเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน (Mass Transit Railways - MTR) ภายในฮ่องกง เรียกได้ว่ามีความทันสมัยและสะดวกสบายที่สุด ท่านสามารถโดยสาร MTR ได้ในทุกๆ 2-4 นาที ตั้งแต่ 6.00 – 1.00 น. ของทุกวัน

การเดินทางโดยรถไฟสายเกาลูน-กวางตุ้ง (KCRC East Rail) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเซินเจิ้นในจีน รถไฟ เคซีอาร์ซี สายนี้ ให้บริการระหว่างสถานีรถไฟ Hung Hom ฝั่งเกาลูนไปยังสถานี Lo Wu ก่อนข้ามชายแดนเข้าไปเขตเซินเจิ้นค่ะ

ส่วนการเดินทางที่ถือว่าประหยัดที่สุดในฮ่องกงคือ การโดยสารรถรางค่ะ ซึ่งคิดราคา 2 HK$ ตลอดสาย แต่จะไม่มีการทอนเงินนะคะ เพราะฉะนั้น ท่านควรเตรียมค่าโดยสารให้พอดีด้วยค่ะ

ผู้โดยสารที่อายุตั้งแต่ 12 ปี ต้องจ่ายค่าภาษีขาออกสนามบิน (Air Passenger Departure Tax - APDT) ราคา 80 HK$ (ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับค่าตั๋วเครื่องบิน) ผู้โดยสารที่เดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีนี้

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เป็นต้นมา มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จ ความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security Surcharge - ASS) เพิ่มอีก 13 HK$ จากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง ซึ่งรวมแล้วจะต้องจ่ายทั้งหมด 33 HK$ ค่ะ

ข้อแนะนำพิเศษ: 
นักท่องเที่ยวสามารถนำสิ่งของดังต่อไปนี้เข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเสียภาษี: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ไวน์ หรือเหล้าขวดขนาด 1 ลิตร ยาสูบ - บุหรี่ 200 มวน หรือซิการ์ 50 มวน หรือยาสูบ 250 กรัม ส่วนงาช้าง รัฐบาลฮ่องกงมีข้อบังคับเข้มงวดมากในเรื่องการนำเข้าและส่งออกงาช้าง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรสภาพและที่แปรสภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะนำเข้าหรือนำงาช้างออกนะคะ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเองโดยไม่ได้มากับทัวร์ สามารถซื้อบัตร Octopus เพื่อใช้จ่ายขณะอยู่ที่ฮ่องกงได้ ซึ่งบัตรนี้ สามารถนำไปใช้จ่ายค่ารถไฟใต้ดิน และจ่ายค่าสินค้าต่างๆได้ ตามร้านค้าที่รับบัตรนี้ค่ะ ถ้าเงินหมดก็สามารถเติมเงินผ่านตู้ Auto หรือจากเคาน์เตอร์ก็ได้เช่นกัน และหากถึงวันเดินทางกลับแล้ว แต่เงินในบัตรยังใช้ไม่หมด ท่านสามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้อีกด้วยนะคะ บัตร Octopus นี้ก็จะคล้ายๆกันกับ บัตร Smart purse ในบ้านเราค่ะ

การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถแท็กซี่ไม่ว่าจากโรงแรมในฮ่องกงที่ท่านพำนัก หรือจากที่ใดก็แล้วแต่ เพื่อไปยังสถานที่สำคัญต่างๆในฮ่องกง ท่านควรจดที่อยู่เป็นภาษาจีนยื่นให้คนขับรถ เพื่อความสะดวกในการไปส่งท่านค่ะ

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ:
- บริการค้นเลขหมายโทรศัพท์: 1081
- สอบถามเวลา: 18501
- สภาพอากาศ: 187 8066
- บริการโทรศัพท์ทางไกล IDD และการ์ดโฟน: 10013
- บริการฉุกเฉิน (ตำรวจ อัคคีภัย รถพยาบาล): 999
- บริการสายด่วน RTHK (ข่าวด่วน): +852 2272 000
- สายด่วนบริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง: + 852 2508 1234

 

อาหารท้องถิ่น: 
การไปเยือนฮ่องกง ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชีย" ท่านไม่ควรพลาดการไปลองชิมอาหารในเมืองนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม ฮ่องกง มีทั้งภัตตาคารจีนชั้นเลิศในบรรยากาศหรูหรา และ ร้านอาหารข้างทางกับบรรยากาศพลุกพล่าน แต่ก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ให้ท่านได้เลือกตามใจชอบ ทั้งกลางวันและกลางคืน เชฟในภัตตาคารส่วนใหญ่ โดยเฉพาะของโรงแรมในฮ่องกง จะมีความชำนาญในการปรุงอาหารขึ้นชื่อของจีน ไม่ว่าจะเป็น อาหารปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสฉวน กวางตุ้ง แต้จิ๋ว หูหนาน ฯลฯ

สำหรับอาหารที่มีชื่อเสียงของฮ่องกงคงไม่พ้น ติ่มซำ เป็นแน่ ส่วนอาหารมื้อเช้าที่ได้รับความนิยมก็คือ โจ๊กต่างๆซึ่งมักทานร่วมกับปาท่องโก๋ นอกจากนี้ยังรวมถึง เป็ดย่าง หมูแดง ด้วย ถ้าใครไปฮ่องกงแล้วไม่ได้ทานอาหาร 3 สิ่งนี้ถือว่าท่านยังไปไม่ถึงฮ่องกงอย่างแน่นอนเลยค่ะ

แหล่งช้อปปิ้ง: 
หากพูดถึงการไปเที่ยวที่ฮ่องกงนั้นต้องนึกถึงการไปช้อปปิ้งสินค้าจากสินค้าแบรนเนม ไปจนถึงสินค้าตามตลาดนัดทั่วไป และในช่วงเทศกาลลดราคาคือช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือน ธ.ค. ถึง ก.พ.) และฤดูร้อน (ก.ค. ถึง ก.ย.) ร้านค้าจะพากันลดราคากระหน่ำชนิดจุใจนักช้อปตัวยง ราคาสินค้าแบรนเนมในฮ่องกงจะมีราคาถูกกว่าประเทศไทยครึ่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ อย่างเช่น Bossini ที่ใครๆไปก็ขนเสื้อผ้ายี่ห้อนี้กลับมากันทั้งนั้น

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว: 
(1) สนามบินนานาชาติฮ่องกง (ที่บริเวณ Buffer Halls และ Transfer Area E2) จะมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 - 23.00 น. ทุกวัน มีเอกสารสำหรับนักท่องเที่ยวและเครื่อง i CyberLink (คลิ๊กเพื่อชมเว็บไซต์ DiscoverHongKong.com) ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

(2) เกาลูน สตาร์ เฟอร์รี่ คอนคอร์ส จิม ซา โจ่ย 8.00 - 20.00 น. ทุกวัน

(3) เกาะฮ่องกง Causeway Bay MTR Station (Near Exit F) 8.00 - 20.00 น. ทุกวัน มีเอกสารสำหรับนักท่องเที่ยวและเครื่อง i CyberLink (คลิ๊กเพื่อชมเว็บไซต์ DiscoverHongKong.com) ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

โปรแกรมทัวร์ฮ่องกงแนะนำ



เตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง โดย บริษัทไลฟ์โวยาจทราเวล

1. ควรตรวจสอบเที่ยวบิน วัน เวลา อาคาร ชั้น ที่ทางบริษัทไลฟ์โวยาจทราเวล แจ้งกำหนดการให้ชัดเจน เช่น อาคาร ชั้น วันเดินทางวันที่ 30 พ.ค. 55 เวลา 01.50 น. Row Uนั่นหมายความว่า จะต้องไปที่สนามบินกลางคืนวันที่ 29 พ.ค. 55 เวลาสักประมาณ 23.00 น.

ตรวจสอบก่อนการเดินทาง

เรื่องแบบนี้มีคนตกเครื่องบ่อยๆ เพราะหลงวันเวลา ปัจจุบันสายการบินแนะนำให้ผู้โดยสารไปเช็คอินก่อนเวลาเครื่องออก 3 ช.ม.

2.กฏข้อห้าม และกฏหมายเบื้องต้นของแต่ละประเทศ ที่จะเดินทางไปควรต้องหาข้อมูลก่อนเช่น บนเครื่องบินห้ามนำของเหลวทุกชนิดเช่น น้ำหอม,โลชั่น,ยาสีฟัน,เจล, ฯลฯ ที่มีขนาดบรรจุภัณฑ์เกิน 100 cc หรือ 100 Ml. ถือติดตัวขึ้นเครื่อง

ถุงพลาสติกที่เป็นซิปล๊อก (มีแจกที่สนามบิน)
ถึงแม้จะเหลืออยู่ในบรรจุภัณฑ์ดังกล่างเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่ถ้าไม่ถึง 100 cc. และจะนำขึ้นเครื่องต้องนำไปใส่ในถุงพลาสติกที่เป็นซิปล๊อก (มีแจกที่สนามบิน) แต่ยกเว้นยาที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วย และอาหารสำหรับทารก

ยา-นม นำขึ้นเครื่องได้
และกฏหมายเช่น กฏหมายรักษาความสะอาดของสิงคโปร์ ที่ห้ามทิ้งขยะ ห้ามนำเข้าหมากฝรั่ง อาวุธปืน.เครื่องกระสุน,วัตถุระเบิด,ยาเสพติดซึงเกี่ยวกับเรื่องนี้มีโทษ ติดคุกวันเดียว วันต่อไปแขวนคอ(มุกนิดหน่อย แต่ว่าเขาประหารจริงนะ ) ,กฏหมายของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เกี่ยวกับการห้ามนำเข้าอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ทุกชนิด

พาสปอร์ต

3 . เอกสารการเดินทางที่สำคัญ ที่สุดของการเดินทางคือ หนังสือเดินทาง หรือ Passport จะต้องมีอายุเหลือ นับจากในวันเดินทาง อย่างน้อย 6 เดือน ** ควรตรวจเช็คหน้าวีซ่า (เฉพาะประเทศที่ต้องสมัครขอก่อนเข้าประเทศ) ว่าชื่อ รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางถูกต้องหรือไม่ / ตั๋วเครื่องบิน / เอกสารจองที่พัก รถไฟ เรือ ฯลฯ

จัดกระเป๋า เตรียมตัวเดินทาง

4. การจัดกระเป๋าเดินทาง
4.1 ควรจะทราบก่อนว่า เราเดินทางกี่วันจะเตรียมเสื้อผ้าได้ถูกต้องและถูกใจ ก็ควรให้เข้ากับสถานที่นั้นๆด้วย และหากเสื้อผ้าสามารถใส่ซ้ำได้จะดีมาก จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ควรมีการจัดเตรียมให้เหมาะกับสภาพอากาศ ก่อนเดินทางควรเช็คสภาพอากาศ ควรวางแผนการใส่เสื้อผ้าในแต่ละวันก่อนเดินทาง เสื้อผ้าจะได้ไม่ขาดหรือเกินโดยไม่จำเป็น ***หากไปเที่ยวในที่ที่มีอากาศหนาวมากๆ ควรมีเสื้อรัดรูป(ลองจอห์น) หมวกไหมพรม ถุงมือ และเสื้อกันหนาวที่อบอุ่นไปให้พร้อม ของใช้ประจำตัวที่สำคัญ ประเภท ยาประจำตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่โกนหนวด หวี เครื่องสำอาง โลชั่นทาผิว ลิปมัน และหากมีผิวที่ไวต่อสารสารระคายเคือง ก็ควรนำสบู่ ครีมล้างหน้าติดไปเองด้วย
4.2. ชุดชั้นใน ทั้งท่านชายและท่านหญิงก็จัดไปตามจำนวนวันเลย หรือหาประเภทใช้แล้วทิ้ง หากไปต่างประเทศนานๆก็พิจารณาเองนะ เพราะถ้าเที่ยวกับทัวร์หาโอกาสซักตากยาก
4.3 รองเท้า ที่มักเจอปัญหาบ่อยคือ โดนรองเท้ากัดเพราะเปิดกล่องรองเท้าใหม่ หากซื้อใหม่ก็ทดลองใส่ให้ชินเท้าก่อนนะ จะได้ไม่ต้องทรมานกับของใหม่ตอนไปเที่ยว ** หากต้องเดินบนหิมะควรใช้รองเท้าที่มีดอกยางด้านล่าง ไม่ควรใช้รองเท้าพื้นเรียบ เพราะจะลื่นง่าย
4.4 กระเป๋าเดินทาง ควรจัดของให้พอดีกับกระเป๋า เพราะถ้าจัดของน้อยใส่กระเป๋าใบใหญ่เวลาขึ้นเครื่องกระเป๋าอาจถูกของคนอื่นทับจนบี้แบนเสียรูปได้ ถ้ามากเกินไปเวลาเขาโยนส่งกระเป๋าอาจทำให้กระเป๋าแตก หรือปริได้ นอกจากนั้นกระเป๋าที่หนักเกินไปจะทำให้หูกระเป๋า ล้อเลื่อนของกระเป๋า จากไปก่อนวัยอันควรได้ ถ้าร้ายกว่านั้นคือ สายการบินบางที่จะไม่ยอมให้นำกระเป๋าที่หนักเกินไปขึ้นเครื่อง เพราะเขากลัวพนักงานเขาหลังหัก หรือท่านมาเคลมตอนกระเป๋าชำรุด คราวนี้มีอะไรอยู่ข้างในก็จะต้องแบ่งออกมาใส่กระเป๋าอื่น กระเป๋าโดยทั่วไปควรเกิน 20-25 กก. หรือ ยกด้วยแขนข้างเดียวแล้วกระเป๋าลอยขึ้นมาจากพื้นได้นั่นแหละ จึงใช้ได้ กำหนดน้ำหนักกระเป๋าทั่วไปแต่ละใบไม่เกิน 20 กก. กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 กก. ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่ง คือควรทำสัญลักษณ์บนกระเป๋าของท่านให้ต่างจากกระเป๋าใบอื่นเช่นผูกโบว์ หรือติดป้ายชื่อเด่นๆ เพื่อป้องกันคนที่ใช้กระเป๋าที่คล้ายกับเราเขาหยิบผิดไป "ถ้ามีรหัสล๊อกก็จดจำให้ดี "

ของที่เตรียมไว้กิน หากเราเป็นคนกินอาหารประจำประเทศนั้น ไม่ได้

5. **เสบียงอาหาร อาหารในรายการทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารท้องถิ่น ถ้าไม่ชินกับอาหารก็เตรียมเสบียงอาหาร หรือเครื่องชูรสที่ชื่นชอบไปได้ ***บางประเทศ ห้ามนำพืช ผลไม้ ผักสด ผ่านศุลกากรเข้าสู่ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา จีน เป็นต้น

6. เมื่อมีเด็กเล็ก ควรนำของที่เด็กชอบเป็นพิเศษติดตัวไปด้วย

7. ข้อนี้ สำหรับสุภาพสตรี อย่าลืมผ้าอนามัย เพราะบางที่ก็หายาก ติดไว้มั่นใจกว่า

แลกเงินประจำประเทศนั้น ๆ ไปด้วย

8. เงิน และการแลกเงิน ควรติดเงินสดสกุลเงินของประเทศที่จะเดินทางไปจากเมืองไทย จะได้ราคาที่ดี ถ้าเงินของบางประเทศไม่สามารถหาแลกได้ในเมืองไทย ก็ควรแลกเป็น US Dolla ไปแลกเงินท้องถิ่นอีกครั้งที่สนามบินหรือโรงแรมเมื่อเดินทางถึงแล้ว *** ควรมีบัตรเครดิตติดตัวไว้ตลอด

9. เวลา ควรศึกษาโซนเวลาของประเทศต่างๆก่อนเดินทาง จะได้กำหนดเวลาพัผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีแก้การปรับเวลาของร่างกายไม่ได้(เจตแลค) คือ พยามฝืนตัวเองอย่านอนกลางวัน และหัวค่ำ ให้นอนให้ดึกที่สุดในช่วงปรับตัว2 วันแรก

ศึกษาระบบไฟฟ้าของประเทศที่เราไปเที่ยวก่อนออกเดินทาง

10.ไฟฟ้า ประเทศต่างๆมีระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถใช้ได้ทุกระบบ ***จะมีปัญหาก็ตรงหัวปลั๊ก จึงควรเตรียมหัวปลั๊กที่ถูกต้องติดตัวไปด้วย สามารถดูรายละเอียดของประเทศที่จะไปได้ตามลิงค์ด้านบน

11.มีดพับ กรรไกร ที่ตัดเล็บ ของมีคมฯลฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง ควรใส่ในกระเป๋าใบใหญ่ แล้วเช็คอินลงใต้ท้องเครื่อง

12.ไม่ควรนำเครื่องประดับราคาสูงติดตัวไปด้วย เพราะเป็นอันตรายกับตัว และเสี่ยงจากการสูญหาย


13. กล้อง Memory Card ที่ชาร์ตไฟ และแบตเตอรี่สำรองติดตัวไปให้พร้อม

14. อื่นๆ แว่นกันแดด หมวก ร่มขนาดเล็ก ครีมทากันแดด หนังสืออ่านเล่น เกมส์ พิจารณากันตามสมควร

บริษัททัวร์ ไลฟ์ โวยาจ ทราเวล รับจัดทัวร์ ทัวร์กรุ๊ปเหมา ทัวร์ต่างประเทศ แพคเกจทัวร์ บริการยื่นวีซ่า รับจองตั๋วเครื่องบินทุกเส้นทาง รับจองโรงแรม

 

ทัวร์จีน | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์มองโกเลีย | ทัวร์เฉินตู | ทัวร์จางเจี่ยเจี้ย | ทัวร์กุ้ยหลิน | ทัวร์คุนหมิง | ทัวร์หางโจว | ทัวร์กวางเจา | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์เส้นทางสายไหม | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์เวียดนาม | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์พม่า | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์รัสเซีย | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์บาหลี | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์ภูฏาน | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์ดูไบ | ทัวร์อินเดีย | ทัวร์ลาว | ทัวร์อียิปต์ | ทัวร์มัลดีฟส์ | ทัวร์ศรีลังกา | ทัวร์เขมรกัมพูชา | ทัวร์2ประเทศ | ทัวร์อิตาลี | ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์สวิสเซอร์แลนด์ | ทัวร์ฝรั่งเศส | ทัวร์เนปาล | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์สกี | ทัวร์ไทเป | ทัวร์สแกนดิเนเวีย | ทัวร์เดนมาร์ก | ทัวร์นอร์เวย์ | ทัวร์สวีเดน | ทัวร์โครเอเชีย | ทัวร์อเมริกา | ทัวร์โปแลนด์ | ทัวร์สวิส | ทัวร์อิตาลี-สวิส-ฝรั่งเศส | ทัวร์ฮาร์บิน2557 | ทัวร์สิงค์โปร์-มาเลเซีย | ทัวร์ตุรกี | ทัวร์อังกฤษ | ทัวร์จูไห่ | ทัวร์ซัวเถา | ทัวร์วันหยุด2559 | ทัวร์ปีใหม่2559 | ทัวร์บรูไน | ทัวร์ฮาร์บิน2559 | ทัวร์สกี2559



Copyright © Lifevoyagetour.,Co.Ltd. All Rights Reserved T.A.T. Licence No. T.A.T. Licence No.11/07007
39 ซอยนวมินทร์ 77 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ : 02-7349776, 02-6902467 มือถือ 086-3442762, 091-8749644 E-mail : contact@lifevoyagetour.com
โทรศัพท์ : 02-6902467 โทรสาร : 02-6910286 E-mail : contact@lifevoyagetour.com